ลวดเชื่อม คืออะไร และต้องใช้กับเครื่องเชื่อมแบบไหนถึงจะถูกต้อง?


Categories :

ลวดเชื่อม คือ โลหะเติม (Filler Metal) ที่ทำหน้าที่หลอมละลายเพื่อประสานชิ้นงานโลหะสองชิ้นให้ติดกันเป็นเนื้อเดียว โดยต้องเลือกใช้ให้ตรงกับประเภทของเครื่องเชื่อม เช่น เครื่องเชื่อมธูปใช้ลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์, ตู้เชื่อม MIG ใช้ลวดม้วนแบบต่อเนื่อง และระบบ TIG ใช้ลวดเติมคู่กับเข็มทังสเตน

ลวดเชื่อม ทำหน้าที่อะไร ทำไมถึงเป็นหัวใจสำคัญของงานโครงสร้าง?

ลวดเชื่อมทำหน้าที่เป็นตัวประสานรอยต่อระหว่างชิ้นงานให้ติดกันอย่างแข็งแรง และบางประเภทยังทำหน้าที่สร้างก๊าซหรือสแลกขึ้นมาปกคลุมบ่อหลอมละลาย เพื่อป้องกันอากาศภายนอกเข้าไปทำปฏิกิริยา

ในกระบวนการเชื่อมโลหะประสาน ที่มาจากลวดเชื่อมจะหลอมรวมกับเนื้อชิ้นงาน หากไม่มีลวดเชื่อม (ยกเว้นการเชื่อมบางประเภท) ชิ้นงานก็จะไม่สามารถเชื่อมติดกันได้ ลวดเชื่อมที่มีคุณภาพจะช่วยให้แนวเชื่อมแข็งแรง ทนต่อแรงดึง แรงกระแทก และลดโอกาสเกิดรูพรุนหรือรอยแตกร้าวในชิ้นงาน

ลวดเชื่อมแต่ละประเภท ใช้กับเครื่องเชื่อมไฟฟ้าแบบไหนบ้าง?

ลวดเชื่อมแบ่งตามระบบของเครื่องเชื่อมไฟฟ้าได้ 3 กลุ่มหลัก คือ ลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์สำหรับตู้เชื่อม MMA, ลวดเชื่อมแบบม้วนสำหรับตู้เชื่อม MIG และลวดเติมสำหรับเครื่องเชื่อม TIG

เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ ลองดูตารางเปรียบเทียบการจับคู่ระหว่างลวดเชื่อมกับเครื่องเชื่อมด้านล่างนี้:

ชนิดลวดเชื่อมใช้กับระบบลักษณะเด่นเหมาะกับงาน
ลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ (Stick Electrode)เครื่องเชื่อมธูป (MMA)เป็นแท่ง มีสารพอกทับ (ฟลักซ์) เชื่อมเสร็จต้องเคาะสแลกออกงานโครงสร้างเหล็กทั่วไป, การเชื่อมนอกสถานที่, งาน DIY
ลวดเชื่อม MIG (Solid Wire / Flux Cored)เครื่องเชื่อมซีโอทู (MIG/MAG)เป็นม้วนป้อนลวดอัตโนมัติ เชื่อมได้รวดเร็วและต่อเนื่องงานประกอบชิ้นส่วน, โรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์เหล็ก, อุตสาหกรรมยานยนต์
ลวดเติมอาร์กอน (TIG Rod) & เข็มทังสเตนเครื่องเชื่อมอาร์กอน (TIG)เข็มทังสเตนใช้สร้างการอาร์ค (ไม่หลอมละลาย) ส่วนลวดเติมใช้ป้อนเข้าบ่อหลอมด้วยมืองานสแตนเลส, อลูมิเนียม, ท่อไอเสีย, งานที่ต้องการรอยเชื่อมสวยงาม

วิธีเลือกลวดเชื่อมอย่างไร ให้รอยเชื่อมสวยและได้มาตรฐานที่สุด?

วิธีเลือกที่ถูกต้องที่สุดคือต้องพิจารณาจาก 3 ขั้นตอน ได้แก่ ชนิดของโลหะที่ต้องการเชื่อม, ขนาดความหนาของชิ้นงาน และตำแหน่งของท่าเชื่อม (Welding Position)

การเลือกใช้วัสดุสิ้นเปลืองผิดประเภท นอกจากจะทำให้เชื่อมไม่ติดแล้ว ยังอาจทำให้เครื่องเชื่อมเกิดความเสียหายได้ แนะนำให้ทำตาม 3 ขั้นตอนนี้ก่อนไปซื้อลวดเชื่อม:

  1. เลือกตามชนิดของวัสดุ: กฎเหล็กคือต้องใช้วัสดุประเภทเดียวกัน เช่น เชื่อมเหล็กให้ใช้ลวดเชื่อมเหล็ก เชื่อมสแตนเลสใช้ลวดสแตนเลส ห้ามนำลวดเชื่อมเหล็กไปเชื่อมชิ้นงานอลูมิเนียมเด็ดขาด
  2. ดูความหนาของชิ้นงาน: ชิ้นงานบางควรใช้ลวดเชื่อมขนาดเล็ก (เช่น 2.0 – 2.6 มม.) หากชิ้นงานหนาก็ต้องเพิ่มขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของลวดเชื่อมขึ้น เพื่อให้ทนต่อกระแสไฟสูงได้
  3. ตรวจสอบสภาพลวดก่อนซื้อ: ฟลักซ์ที่หุ้มลวดต้องไม่หลุดร่อนและไม่ชื้น ดังนั้นการเลือกซื้อจาก ร้านขายลวดเชื่อม ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายแบรนด์มาตรฐาน มีการจัดเก็บสินค้าในอุณหภูมิที่เหมาะสม จะช่วยให้คุณได้ของที่มีคุณภาพ พร้อมใช้งานทันที

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ลวดเชื่อมเก่าที่เก็บไว้นาน หรือฟลักซ์หลุดร่อน ยังนำมาใช้งานได้ไหม? 

ไม่แนะนำให้นำมาใช้ เพราะถ้าฟลักซ์ที่หุ้มลวดเชื่อมหลุดร่อน หรือลวดเชื่อมมีความชื้นสะสม จะทำให้เกิดรูพรุนในแนวเชื่อม (Porosity) อาร์คไม่เสถียร และแนวเชื่อมขาดความแข็งแรง หากจำเป็นต้องใช้จริงๆ ควรนำไปอบไล่ความชื้นในตู้อบลวดเชื่อมก่อน

ลวดเชื่อมแบบ ฟลักซ์คอร์ (Flux Cored) จำเป็นต้องใช้ถังแก๊สร่วมด้วยหรือไม่? 

ลวดเชื่อมฟลักซ์คอร์มีทั้งแบบที่ต้องใช้แก๊สปกคลุมร่วมด้วย และแบบที่ไม่ต้องใช้แก๊ส (Self-shielded)  สำหรับหน้างานทั่วไปหรือการเชื่อมกลางแจ้งที่ลมแรง ช่างมักจะนิยมใช้แบบไม่ใช้แก๊สเพราะสะดวกในการพกพาและลุยงานได้ทันที

ถ้าเราเลือกลวดเชื่อมขนาดใหญ่เกินไป จะเกิดผลเสียกับชิ้นงานอย่างไร? 

หากใช้ลวดเชื่อมขนาดใหญ่เกินไปกับชิ้นงานที่บาง คุณจะต้องเร่งไฟที่ตู้เชื่อมให้แรงขึ้นเพื่อให้ลวดหลอมละลาย ซึ่งความร้อนที่มากเกินไปนี้จะทำให้ชิ้นงานบางๆ ทะลุหรือเกิดการบิดงอได้ ดังนั้นควรเลือกขนาดลวดให้สัมพันธ์กับความหนาของโลหะเสมอ